เอาเรื่องนี้ไปอ่านดีกว่า
กลุ่มพันธมารได้เวลาเก็บขอ ...
สหภาพ กฟน.แฉเหตุทิ้งพันธม ...
สุดยอดรถมอเตอร์ไซท์
ภาพกิจกรรมอบรมนักเรียน3มิ ...
น่าเบื่อวุ่นวายไม่จบ
มารู้จักกับเครื่องบินโบอิ ...
มารู้กับกำแพงเบอร์ลินกันม ...
วันวิสาขบูชาวันสำคัญทางศา ...
สงสารประชาชนพม่าที่มีรัฐบ ...
การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่ลาว ...
ประวัติศาสตร์มีสาระ
วิธีห้ามจิตไม่ให้คิดอกุศล ...
การรบแห่งเบอร์ลิน1945ถล่ม ...
เบื่อพวกประท้วงไม่ยอมเลิก ...

1 | 2 | 3 | 4 | 5 |>>


All (74)
default (73)
nongkanak2007 (1)



.name :
.url :
.message :
.security code :
สมัครสมาชิก | Login


All (143)
default (40)
ภาพยานรบสงคราม (11)
ภาพสวยๆๆครับ (13)
ภาพสะสม (14)
เรือบรรทุกเครื่องบิน (21)
โรงเรียนท้าวสุรนารี (1)
สุดยอดรถมอเตอร์ไซท์ (6)
สุดยอดแห่งรถยนต์2007 (5)
ห้องภาพกิจกรรมของเรา (17)
ห้องภาพนำมาฝาก (15)



อยากรู้จักผมคลิก
บอร์ดคนไอทีครับ
hotmail
ห้องผลิตภัณฑ์
ติดต่อเราคลิก
ห้องข่าวเด็ดๆ
อ่านบทความ
เว็บธรรมะดีๆ
ตรวจผลสลาก
สมุดเยี่ยมครับ
อ่านข่าวสดๆอัพเดท
212cafe



ประวัติศาสตร์มีสาระ
2008-05-03 19:39:54

จุดจบลูกน้องนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 - 1940-1945
จอมพล แฮร์มันน์ วิลเฮล์ม เกอริง (Hermann Wilhelm Göring พ.ศ. 2436 - 2489) เป็นนายทหารและนักการเมืองคนสำคัญของพรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมันหรือพรรคนาซี เขามีบทบาทสำคัญในการขยายระบบเผด็จการของพรรคนาซีให้ครอบคลุมทั่วเยอรมนี รวมทั้งสร้างเสริมแสนยานุภาพทางทหารของเยอรมนีโดยเฉพาะกองทัพอากาศให้มีความแข็งแกร่ง เขาถูกศาลพิเศษพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามแห่งนูเรมเบิร์ก ตัดสินประหารชีวิต แต่เขาก็จบชีวิตตนเองด้วยยาพิษก่อนหน้าการประหารชีวิตไม่กี่ชั่วโมง

 ชีวิตเมื่อเยาว์วัย

เกอริงเกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2436 ทีโรเซนไฮม์ แคว้นบาวาเรีย เป็นบุตรคนที่ 2 ของภรรยาคนที่ 2 ของไฮม์ริช เกอริง ซึ่งเป็นกงสุลใหญ่เยอรมันประจำเกาะเฮติ ขณะเป็นเด็กเขาไม่ได้อยู่กับบิดาแต่ได้รับเลี้ยงดูในปราสาทเล็กๆ ชื่อเฟลเดนชไตน์ (Veldenstein) ของ ริทเทอร์ ฟอน เอเพนชไตน์ แฮร์มัน ชาวยิว ซึ่งเป็นชู้รักของมารดาและเป็นพ่อทูนหัวของเขา ต่อมาในปี พ.ศ. 2439 ขณะอายุ 3 ปี บิดาปลดเกษียณ ครอบครัวเกอริงจึงอยู่ร่วมกันอีกครั้งในเยอมนี

การศึกษา

เขาเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยทหารแห่งคาลสรู์เฮอ (Karlsruhe) และเข้ารับราชการใน พ.ศ. 2455 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 เขามียศเป็ยนายร้อยโททหารราบในแคว้นอัลซาช-ลอแรน (Alsace-Lorraine) ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดกองทัพอากาศ เขาเป็นนักบินที่มีความสามารถและได้รับรางวัลปูเรอเมริต (The Pour le Merite) และเหรียญกางเขนเหล็กชั้น 1 (Iron Cross) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดทางด้านความกล้าหาญ

ชีวิตและบทบาทในกองทัพนาซีเยอรมัน

ในช่วงความวุ่นวายภายหลังจากความพ่ายแพ้ของเยอรมนี เขารู้สึกขัดเคืองใจต่อการที่นายทหารถูกปฏิบัติิย่างเลวร้ายจากพลเรือน เขาจึงไปทำงานเป็นนักบินพานิชย์ในเดนมาร์กและสวีเดน ต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของสายการบินสวีเดน และมีโอกาศได้พบกับบารอนเนสคาริน ฟอน โรเชิน (Baroness Carin von Rosen) สตรีผู้สูงศักดิ์ชาวสวีเดนซึ่งอย่าขาดจากสามี เขาได้แต่งงานกับบารอนเนสคารินที่นครมิวนิกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 ในปีเดียวกัน เขาได้ร่วมกับพรรคนาซี และเนื่องจากมีชื่อเสียงในฐานะวีรบุรุษในสงคราม ฮิตเลอร์จึงมอบหมายให้เขาบังคับบัญชาหน่วยเอสเอ (SA - Sturmabteilung หรือ Storm troopers) ซึ่งเป็นกองกำลังของพรรคนาซี

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2466 พวกนาซีได้ก่อการกบฏที่เรียกว่ากบฏมิวนิกหรือกบฏร้านเบียร์ (Munich Putch; Beer Hall Putch) ซึ่งฮิตเลอร์พยายามยึดอำนาจทั้งที่ยังไม่พร้อม การกบฏจึงล้มเหลว เขาจึงได้รับบาดเจ็บและถูกทางการสั่งจับ แต่เขาและภรรยาหนีไปออสเตรีย เขาต้องใช้มอร์ฟีนเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากบาดแผล เป็นผลให้เขากลายเป็นคนติดมอร์ฟีนอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารับการบำบัดในช่วง พ.ศ. 2468 - 2469 ที่โรงพยาบาลจิตเวชในสวีเดน ในช่วงนี้เขาไม่มีการติดต่อที่ใกล้ชิดกับฮิตเลอร์

ชีวิตทางการเมือง

เมื่อได้รับอภัยโทษใน พ.ศ. 2469 เขาได้เดินทางกลับเยอรมนีใน พ.ศ. 2470 ฮิตเลอร์เสนอให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาไรค์ชตาก(Reichstag) ในเขตที่พรรคนาซีมีฐานเสียงมั่นคง ทำให้เขาเป็น 1 ในสมาชิกสภาไรค์ชตากจำนวน 12 คนสังกัดพรรคนาซี เขาได้กระชับความสัมพันธ์กับนักอุตสาหกรรมและนักการเมืองอื่นๆ

ใน พ.ศ. 2473 เขาได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง และเป็นผู้นำในสภาล่าง ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2475 เมื่อพรรคนาซีชนะการเลือกตั้งถึง 230 ที่นั่ง เขาได้รับเลือกเป็นประธานสภาไรค์ชตาก ความตั้งใจของเขาคือล้มล้างระบบประชาธิปไตย เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมและตำแหน่งหน้าที่เอาชนะนายกรัฐมนตรี คูร์ท ฟอน ชไลเคอร์ (Kurt von Schleicher) และฟรันซ์ ฟอน พาเพิน (Franz von Papen) พร้อมทั้งโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีเพาล์ ฟอน ฮินเดนบูร์ก เชิญฮิตเลอร์เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2476 เมื่อพรรคนาซีเถลิงอำนาจ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นทั้งมุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของรัฐปรัสเซีย เป็นผู้นำอันดับสองของพรรคนาซี และคาดหมายว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากฮิตเลอร์ เขาทำงานหนักเพื่อผลักดันให้บทกฎหมายที่ให้อำนาจ (Enabling Acts) ผ่านการพิจารณาของสภาไรค์ชตาก เขามุ่งสร้างเสริมอำนาจเผด็จการด้วยทำให้ปรัสเซียเป็นรัฐนาซีจัดตั้งตำรวจลับหรือเกสตาโป (Gestapo - Geheimes Staatspolizei) และให้สร้างค่ายกักกันสำหรับคุมขังศัตรู นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2476 เขายังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และเป็นผู้บัญชาการกองทัพอากาศ หน้าที่ของเขาคือสร้างเสริมกำลังทางอากาศซึ่งเป็นการขัดต่อสนธิสัญญาแวร์ซาย เขาได้สร้างเครื่องบินและฝึกนักบินอย่างลับๆ

บทบาทในกองทัพอากาศ

ในปี พ.ศ. 2481 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นจอมพลแห่งกองทัพอากาศเยอรมนีและก่อนบุกโปแลนด์เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาเศรษฐกิจสงคราม และเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาก้เป็นผู้อำนวยการนโยบายเศรษฐกิจสงครามของประเทศ

กองทัพอากาศภายใต้การบังคับบัญชาของเขาก็ทำสงครามสาบฟ้าแลบ ซึ่งสามารถทำลายการต่อต้านของโปแลนด์ และขยายการโจมตีไปยังประเทศต่างๆในยุโรป หลังจากชัยชนะในยุทธการที่ฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2483 ฮิตเลอร์ก็แต่งตั้งให้เขาเป็นจอมพลแห่งจักรวรรดิไรค์ และเป็นผู้สืบตำแหน่งของฮิตเลอร์อย่างเป็นทางการ

ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2เมื่อสถานการณ์ของฝ่ายเยอรมันอยู่ในขั้นวิกฤติ ในเดือนเมษายน 2488 เกอริงซึ่งอยู่ในออสเตรียพยายามรวบอำนาจขึ้นเป็นผู้นำเยอรมัน เพราะเขาเชื่อว่าฮิตเลอร์ถูกปิดล้อมอยู่ที่กรุงเบอร์ลินและหมดหนทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือ เขาเสนอให้มีการเจรจาสงบศึกกับฝ่ายพันธมิตร แต่การกระทำดังกล่าวทำให้ฮิตเลอร์ออกคำสั่งจับเขาในฐานะผู้ทรยศ ขี้ขลาดและยอมแพ้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเยอรมนีแพ้สงครามเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 เขาก็ยอมจำนนต่อกองทัพที่ 7 ของสหรัฐอเมริกาในอีก 2 วันต่อมา

 

การจบชีวิต

ในการไต่สวนคดีอาชญากรสงครามของศาลพิเศษพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามแห่งนูเนมเบิร์ก เขาได้รับการบำบัดการติดยาเสพติดและสามารถโต้แย้งข้อกล่าวหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนพัวพันใดๆ กับการกระทำที่เ***้ยมโหดของระบอบนาซี โดยอ้างว่าเป็นงานลับของฮิมม์เลอร์ อย่างไรก็ตามเขาก็ถูกตัดสินประหารชีวิตในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2489 แต่เขาก็กินยาพิษตายในห้องขังไม่กี่ชั่วโมงก่อนกำหนดการประหาร เกอริงถึงแก่กรรมขณะอายุ 53 ปี
 
นี้คือจุดจบของพวกบ้าอำนาจทั้งหลายสุดท้ายก็ตายเช่นกัน
อ่านบทความดีเพิ่มเติมที่
 
 
ชมวีดีโอยึดกรุงเบอร์ลินของรัสเซีย ในปี 1945 
 
 

ป้าย : นาซี
Dictionary : นาซี



โชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้เกิดในยุคนั้น และเป็นคนแถวนั้น.....เอ.....หรือว่าการเกิดมาในยุคนี้จะโชคร้ายกว่า แป่วววว
by : nemesis [2008-05-05 16:55:39]