พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

1 | 2 | 3 | 4 | 5 |>>


All (74)
default (73)
nongkanak2007 (1)



.name :
.url :
.message :
.security code :
สมัครสมาชิก | Login


All (143)
default (40)
ภาพยานรบสงคราม (11)
ภาพสวยๆๆครับ (13)
ภาพสะสม (14)
เรือบรรทุกเครื่องบิน (21)
โรงเรียนท้าวสุรนารี (1)
สุดยอดรถมอเตอร์ไซท์ (6)
สุดยอดแห่งรถยนต์2007 (5)
ห้องภาพกิจกรรมของเรา (17)
ห้องภาพนำมาฝาก (15)



อยากรู้จักผมคลิก
บอร์ดคนไอทีครับ
hotmail
ห้องผลิตภัณฑ์
ติดต่อเราคลิก
ห้องข่าวเด็ดๆ
อ่านบทความ
เว็บธรรมะดีๆ
ตรวจผลสลาก
สมุดเยี่ยมครับ
อ่านข่าวสดๆอัพเดท
212cafe



พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
2007-09-21 16:42:59

พรบ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ VS ชาว IT


เมื่อได้อ่าน พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้ว เริ่มเครียดครับ เนื่องจาก ผู้ให้บริการ Hosting และ Webprograming  ต้องยุ่งยากในการเขียนเก็บข้อมูลของผู้เข้ามาใช้งานว่าโดยเฉพาะการ เช็ค IP , วันเวลาที่เข้ามาใช้งาน และอีกหลาย ๆ อย่างซึ่งนอกจากเรื่องการพัฒนาโปรแกรมแล้ว ยังต้องมีการเก็บไฟล์ซึ่งทำให้ฐานข้อมูลโตขึ้นอีกด้วย ทั้งยังเว็บบอร์ด อันเป็นที่นิยมของเหล่านักโพส ทั้งหลาย ซึ่งวันนึง วันนึง ไม่รู้มีใครมาโพส เป็นจำนวนร้อย - พัน ต่อวัน  คราวนี้เหล่าชาวเว็บมาสเตอร์ และผู้ดูแลโฮสติ้ง ต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปตาม ๆ กัน ต่อไป ใครทำอาชีพเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ขาข้างนึงคงก้าวเข้าไปอยู่ในคุกล่ะนะครับ

พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ เอกสาร ผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ การลงพระปรมาภิไธย และการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๐ และจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐


พระราชบัญญัตินี้ี จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โดยทั่วไป เพราะหากท่านทำให้เกิดการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ) ก็อาจจะมีผลกับท่าน และที่สำคัญ คือผู้ให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆที่เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้อื่นหรือกลุ่มพนักงาน/นักศึกษาในองค์กร ท่านมีหน้าที่หลายอย่าง ในฐานะ "ผู้ให้บริการ"

ร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษา Traffic data ของผู้ให้บริการ

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

ในฐานะบุคคลธรรมดาท่านไม่ควรทำในสิ่งต่อไปนี้ เพราะจะทำให้ท่านอาจจะมีความผิดตาม พรบ.นี้

  1. บอก user ID และ password ของท่านแก่ผู้อื่น (โดยท่านไม่ทราบว่าผู้อื่นจะนำไปใช้งานเข้าสู่ระบบเมื่อใด หรือนำไปใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่) ท่านอาจจะเสียหายเอง ท่านอาจจะเสียหายยิ่งขึ้น หาก ID และ password เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต
  2. นำ user ID และ password ของผู้อื่นไปเผยแพร่
  3. ในผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งท่านได้สั่งให้เครื่องจำ user ID และ password เอาไว้เพื่อความสำดวกในการเข้าสู่ระบบข้อมูลหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  4. ติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทำงานโดยไม่ใช้มาตรการการตรวจสอบผู้ใช้งานและการเข้ารหัสลับ ซึ่งมีผลทำให้คนทั่วไปที่อยู่ริมถนน หรือข้างบ้าน เข้าร่วมใช้ระบบไร้สายของท่านเพือไปกระทำความผิด
  5. เมื่อได้รับภาพหรือข้อความ หรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย (เช่น ลามกอนาจาร ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สร้างปัญหาความมั่นคง ทำให้บุคคลเสียชื่อเสียง/หมิ่นประมาท ฯลฯ) แล้วไปส่งต่อให้ผู้อื่น หรือเก็บไว้ในเครื่องของท่าน

ผู้ให้บริการ อาจจะเป็นท่าน หรือหน่วยงานของท่าน มีหน้าที่และสิ่งที่ต้องทำมากกว่าบุคคลทั่วไป สิ่งที่ท่านข้องเข้าใจ คือ

  • ผู้ให้บริการ นอกจากจะหมายถึง Internet Service Provider ทั่วไปแล้ว ยังหมายถึง ผู้ดูแลแลเว็บ และครอบคลุมถึงหน่วยงานที่มีการจัดบริการออนไลน์ บริการใช้อินเทอร์เน็ตและเครือข่ายทั่วไปในหน่วยงานของตนเองอีกด้วย
  • หากท่านเข้าขา่ยการเป็นผู้ให้บริการตามกฎหมายนี้ ท่านต้องทำตามหน้าที่ของ ผู้ให้บริการ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติฯนี้ ว่า

"มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง...
ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฎิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท"

  • เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่ของผู้ให้บริการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะออกประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษา Traffic data ของผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้ให้บริการทุกแบบ สามารถทำหน้าที่เก็บ logfile ของข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ได้ตรงตามความจำเป็นขั้นต่ำ ประกาศดังกล่าวนี้ ยังเป็นหนทางที่จะทำให้เกิดธุรกิจบริการรับฝากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ขึ้นได้ เพราะจะมีผู้ให้บริการขนาดเล็กจำนวนมาก ที่ไม่สามารถทำตาม พรบ.นี้ได้ด้วยตนเอง

(อาจมีประกาศอื่นตามมาอีก)


  • ในการจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ให้น่าเชื่อถือ ขอให้ท่านยึดหลักการง่ายๆดังนี้
    • ข้อมูลที่เก็บ ต้องมีรายการที่สามารถระบุว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นใคร เข้ามาทางเครือข่ายทางประตูใด มีหมายเลข IP อะไร ใช้โปรแกรมประยุกต์อะไร ในห้วงเวลาใด
    • นาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสาร ต้องมีการตั้งเวลาให้ตรงกับนาฬิกาอะตอมที่ใช้อ้างอิง เช่น ที่ NIST กรมอุทกศาสตร์ สถาบันมาตรวิทยา หรือใ้ช้เทียบเวลากับเครื่อง time server ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น clock.nectec.or.th ซึ่งระบบทั่วไป สามารถตั้งเวลาให้ตรงกับเวลามาตรฐานได้ด้วยความแม่นยำในระดับ 1 ไมโครวินาที
    • ข้อมูลจราจร ต้องมีการจัดเก็บอย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการถูกแก้ไข หรือสื่อข้อมูลเสื่อมคุณภาพ ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน

ที่มา http://wiki.nectec.or.th


ป้าย : พระราชบัญญัติกฎหมายคอมพิวเตอร์2550